“เบล  ร้อยกระบอก” ลั่นไม่หนีแน่! โต้ปลอมเอกสารซื้อปืนหลวง แต่ยอมรับเคยมีปืนหมุนเวียนกว่า 100 ร้อยกระบอกจริง แต่ถูกใช้เล่นกีฬา พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ เข้าพบ นอภ.ชี้แจง จากกรณี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งโยกย้าย นายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ไปรักษาการนายอำเภอสอยดาว จ.จันทบุรี และสั่งการให้ นายอนุชา  อินทศร นายอำเภอสอยดาว รักษาราชการแทน

หลังตรวจพบความผิดปกติเรื่องการอนุมัติซื้อปืนให้ข้าราชการ ประชาชน และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก จึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งพบความผิดปกติ ถึงขึ้นเพิกถอนสิทธิ์ไปแล้ว  59 ราย ซึ่งล้วนแล้วเป็นเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่อยู่ในความปกครองของอำเภอ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุชา กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีกระแสข่าวว่าจะดำเนินการออกหมายจับ นายดนุพล ยมพงศ์ ที่เบื้องต้นถูกกล่าวหาและยืนยันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนปืนว่ามีการนำเอกสารผู้อื่นมาสวมสิทธิ์ ปลอมลายเซ็นใบรับรองของผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และยังไม่ผ่านการกลั่นกรองจากปลัดอำเภอที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย เพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีความเป็นมาอย่างไร จริงหรือไม่ที่ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ แต่มิได้หมายความว่าทางอำเภอปักใจเชื่อว่า นายดนุพล หรือ “เบล ร้อยกระบอก” มีความผิดสำเร็จแต่อย่างใด ล่าสุด นายดนุพล ได้ประสานมาด้วยตัวเองว่าวันที่ 21 พ.ค. เวลา 13.00 น. จะขอเข้าพบนายอำเภอ เพื่อชี้แจ้งข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายดนุพลยังไม่ทราบข้อกล่าวว่าผิดเรื่องอะไร แต่ถือเป็นเรื่องดีเพราะขณะนี้มีผู้ให้ข้อมูลข่าวที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างมาก อาจเกิดความเสียหายภายในองค์กร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีความสลับซับซ้อนแต่อย่างใด สามารถตรวจสอบได้ตามข้อเท็จจริง และอาจส่งผลให้ข้าราชการจำนวนมากเสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกสอบวินัย มัวหมองต่อหน้าที่รับราชการ

ด้าน นายดนุพล หรือ “เบล ร้อยกระบอก” กล่าวเปิดใจว่า จากเรื่องที่เป็นข่าวมาหลายวัน ทำให้เกิดความเครียดอย่างมาก บางคนที่ซื้อปืนถึงกับหนีออกนอกพื้นที่ แต่ส่วนตัวเองนั้นยังอยู่บ้านในช่องแสมสารทุกวัน ไม่เคยคิดหนี และไม่ทราบด้วยว่ากำลังจะถูกออกหมายจับ กระแสข่าวที่ว่าหนีไปอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งชายแดนภาคตะวันออกนั้นก็คลาดเคลื่อน เพราะตนแค่ไปพบญาติบนเกาะช้างแล้วก็กลับมาบ้าน ยอมรับว่าเครียดมาก จึงได้ตัดสินในเพื่อให้ข้อมูลความจริงกับสื่อมวลชน ก่อนที่จะถูกสังคมรังเกียจไปมากกว่านี้  การที่สังคมมองว่าอาจเป็นคนหนึ่งที่มีการค้าอาวุธข้ามชาติ จากการที่มีการซื้อปืนจำนวนหลายกระบอก โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นชอบอาวุธปืนมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เข้าอยู่ในชมรมกีฬายิงปืนในหน่วยสงครามพิเศษ และปืนส่วนมากก็ขอซื้อมาในด้านการกีฬา ไม่ได้ใช้สิทธิจากการเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านซื้อปืน  ส่วนมากซื้อปืนในระบบจากร้านขายปืนในราคาบุคคลธรรมดา ซึ่งมีการซื้อ-ขาย โอนเปลี่ยนมือไปตามกติกาของกฎหมาย ไม่เคยมีปืนเถื่อนไว้ในความครอบครอง สามารถให้ตรวจสอบได้ทุกกระบอก”

“เบล ร้อยกระบอก” ยอมรับอีกว่า ที่ผ่านมามีปืนหมุนเวียนที่ใช้ในการกีฬาจำนวนกว่า 100 กระบอกจริง แต่ก็มีการเปลี่ยนมือ ขาย-โอนให้ผู้ที่ชอบปืน มีไว้เพื่อการกีฬา ไว้เพื่อปกป้องทรัพย์สิน ป้องกันตัวเอง ปืนทั้งหมดถูกกฎหมาย มีหลักฐานทั้งหมด  จึงขอให้สื่อมวลชนทราบข้อเท็จจริง อย่าไปฟังผู้ที่ให้ข่าวที่ผิดเพี้ยนความเป็นจริง เพียงการคาดเดา หรืออาจเป็นการดิสเครดิตกัน เนื่องจากอีกไม่นานนี้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.แสมสาร จะต้องเกษียณอายุราชการ จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่ชาวบ้านสนับสนุนให้ลงสมัครแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคู่แข่ง และฝ่ายตรงข้าม ทำให้เกิดกระแสโจมตีเรื่องการซื้อปืนออกมาเป็นจำนวนมาก  โดยถ้าเกิดเป็นคดีความก็จะไม่สามารถสมัครเลือกตั้งได้ ถือว่าหมดคู่แข่ง

“หลังทราบข่าวจากการเสนอข่าวว่าจะมีการรวบรวมเอกสาร เพื่อออกหมายจับ จึงได้ประสานไปยัง นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ว่าจะเข้าพบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงลายเซ็น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนำเอกสารผู้อื่นมาสวมสิทธิ์ซื้อปืน อีกทั้งให้ข้อมูลความจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมาย ไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์จากใครในการซื่อปืน ล้วนแล้วมีความสนิทสนมไว้วางใจ ยินยอมทั้งสิ้น”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews